ป้ายกำกับ: ข่าวบันเทิง

บี้ ดีใจกลับไทยส่งลูกเข้ารร.วันแรก! กุ๊บกิ๊บ ได้สามีกลับมาครองเดือนครึ่ง

No Comments
บี้

บี้ ดีใจกลับไทยส่งลูกเข้ารร.วันแรก เพราะไปโกอินเตอร์อยู่แดนมังกรเต็มตัวเลยต้องไปลงหลักปักฐานอาศัยอยู่เมืองจีน กว่าจะได้กลับเมืองไทย

บี้ ดีใจกลับไทยส่งลูกเข้ารร.วันแรก ล่าสุด หนุ่มบี้ ปิดกล้องละครเลยได้กลับไทยเป็นเวลา 1 เดือนครึ่งมาอยู่ดูแลลูกเมียด้วยตัวเอง และได้ยกครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูกมาร่วมงานพิธีเปิด “ICONIC Multimedia Water Features” เลยได้อัปเดตให้ฟังว่า หนุ่มบี้

บี้

ได้กลับมาดูแลครอบครัว บอกรู้สึกโชคดีที่ได้ส่งลูกสาวไปโรงเรียนวันแรกพอดี ซึ่งพ่อแม่ตื่นเต้นมาก เตรียมทุกอย่างอย่างดี ลุ้นว่าลูกจะมีปฏิกิริยาอย่างไร ทุกวันนี้ก็ยังมีน้ำตาบ้างนิดหน่อย น้องเป่าเปา ชอบไปโรงเรียน คุณครูชมว่าพูดเก่ง แต่ค่อนข้างติดคุณครู ไปไหนก็จะตามติดตลอด หนุ่มบี้-สาวกิ๊บ

ยอมรับว่าพ่อแม่นี่แหละที่ค่อนข้างติดลูก ช่วงแรกๆ แม่ก็แอบน้ำตาคลอ และรีบพากันไปรับลูกให้เร็วที่สุด ไปรอก่อนเวลาเลิกเรียนทุกครั้ง อยากเป็นพ่อแม่คู่แรกที่ไปรอรับเพราะได้สัญญากับ น้องเป่าเปา เอาไว้ว่าถ้าเลิกเรียนแล้ว คุณพ่อคุณแม่จะวิ่งไปหาลูกคนแรกเพื่อให้เขาไว้ใจว่าไม่ได้เอามาทิ้ง

ได้เห็นพัฒนาการของลูกที่เพิ่มขึ้นทุกวัน หลังกลับมาจากโรงเรียนก็จะมีอะไรใหม่ๆ มาเซอร์ไพรส์พ่อแม่ตลอด หนุ่มบี้ มีเวลาพักยาว 1 เดือนครึ่งกลับไปทำงานอีกทีช่วงเดือนมีนาคม ตั้งใจอยากใช้เวลาอยู่กับลูกเมียให้ได้มากที่สุด เร็วๆ นี้มีแพลนพา กุ๊บกิ๊บ-เป่าเปา บินไปร่วมงานตรุษจีนกับครอบครัวที่ไต้หวันด้วย

ส่วนวันครบรอบแต่งงาน 3 ปีที่ทั้งคู่โพสต์ภาพลงไอจีนั้น คือวันครบรอบพิธีแต่งงานในโบสถ์ ส่วนวันครบรอบจริงๆ ถือเอาวันฉลองมงคลสมรสคือวันที่ 6 มีนาคม วันครบรอบปีนี้พูดเลยว่าไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ เป็นอีกหนึ่งวันที่ปกติมาก เพราะการที่ได้อยู่ด้วยกันครบทุกคนแค่นี้ก็มีความสุขที่สุดแล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://gossipstar.mthai.com…

ลำยอง หนองหินห่าว เปิดใจ เคยโดนนักร้องดังดูถูก รับหนุ่มจีนซื้อบ้าน 10 ล้านให้

No Comments
ลำยอง หนองหินห่าว

ลำยอง หนองหินห่าว เปิดใจ เคยโดนนักร้องดังดูถูก ตราหน้าเป็นหมอลำบ้าน ๆ ถูกโกงเงินจนหมดตัว รับมีหนุ่มจีนซื้อบ้าน 10 ล้าน ให้จริง

ลำยอง หนองหินห่าว หลายคนคงเคยได้ยินและร้องเพลง “เอาผัวไปเทิร์น” กันแน่ ๆ ซึ่งเพลงนี้ถือว่าแจ้งเกิดให้กับนักร้องสาวหมอลำโคโยตี้สุดแซ่บ “ลำยอง หนองหินห่าว” แต่งานนี้มีข่าวเมาท์ต่าง ๆ มากมาย ล่าสุดเจ้าตัวเดินทางมาเปิดใจถึงเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง One31 ที่มี นุ้ย สุจิรา, เป็กกี้ ศรีธัญญา และ ชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกร

ลำยอง หนองหินห่าว

เห็นว่าเพลง “เอาผัวไปเทิร์น” ไม่ได้ร้องมา 4 ปีแล้ว เกิดอะไรขึ้น ?

ลำยอง : เพราะว่าโดนฟ้อง คือเหมือนกับว่าเพลงของเราไปละเมิดลิขสิทธิ์ของอีกเพลงหนึ่ง แต่บอกไม่ได้ เอาเป็นว่าไม่ขอพูดดีกว่าค่ะ ก็ได้มีการดำเนินคดีไปตามกฎหมาย ซึ่งระหว่างนั้นเราห้ามร้องเพลงนี้ แต่ตอนนี้คือเคลียร์เรียบร้อยแล้ว ใช้เวลาสู้คดีประมาณเกือบ 4 ปีค่ะ และสุดท้ายเราก็ชนะคดี ตอนนี้ก็ร้องได้แล้ว ก็รู้สึกสบายใจค่ะ

ย้อนกลับไปนิดนึง มาเป็น “ลำยอง หนองหินห่าว” ได้ยังไง ?

ลำยอง : ย้อนกลับไปสมัยก่อนเป็นครู สอนวิชาออกแบบค่ะ ก็เป็นญาติกับอาจารย์ท่านหนึ่ง แล้วก็พาเข้าวงการ สมัยก่อนชื่อ “นก สุพรรณี” ตอนหลังมาเป็นหมอลำซิ่งก็เลยกลายเป็น “ลำยอง หนองหินห่าว” มีพี่คนหนึ่งที่ทำเพลงตั้งให้ ต้องการให้เป็นแบบผู้หญิงแรง ๆ ต้องการตีตลาด มันเป็นชื่อที่ทำให้คนจำง่าย ฟังแล้วสนุก

แล้วเข้ามาอยู่ในค่ายเพลงได้ยังไง ?

ลำยอง : มีอาจารย์ท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นน้าอยู่แถวบ้านของเรา แล้วมีค่ายเพลงต้องการทำแนวเพลงหมอลำซิ่ง แล้วก็มีหลาย ๆ คนแนะนำว่าให้เอา “ลำยอง หนองหินห่าว” มา ซึ่งตอนนั้นอาจารย์ก็ไม่ทราบว่าเป็นหลานของท่าน แล้วเราก็เคยสมัครร้องเพลงกับเขาตอนเด็ก ๆ หลังจากนั้นก็โทรศัพท์คุยกันก็เลยได้รู้จักกัน

ทำไมถึงทิ้งอาชีพครูแล้วกลายมาเป็นนักร้องหมอลำ ?

ลำยอง : คือตอนที่เป็นครู เงินเดือนก็เป็นเงินเดือนปกติ แต่ตอนที่เป็นครูเราก็มีร้องเพลงในผับ ตามร้านอาหารบ้าง แล้วตอนนั้นการพักผ่อนก็ไม่เพียงพอด้วย จากที่เคยเป็นครูสอนอยู่ดี ๆ ต้องตื่นเช้า ต้องขึ้นเวร ขี้เกียจไปสอนบ้าง ซึ่งพวกที่ออกแนวอาร์ต ๆ ก็จะไม่ค่อยละเอียดเรื่องงานพวกนี้ ก็เลยมานั่งทบทวน แล้วตอนนั้นงานร้องเพลงเราก็ได้เงินเยอะพอสมควร ซึ่งอาจจะได้เยอะกว่าเงินเดือนอีก แล้วพอดีภาพลักษณ์ของนักร้องตอนนั้นคือมันโป๊ ซึ่งมันก็ขัดกับอาชีพที่เราทำอยู่ ก็เลยคิดว่าก่อนที่จะให้เขาไล่ออก ลาออกเองก่อนดีกว่าไหม

ลำยอง หนองหินห่าวคิดว่าตัดสินใจถูกไหม เพราะหลังจากนั้นเห็นว่าลำบากมาก ?

ลำยอง : คิดว่าตัดสินใจถูกนะในตอนนั้น ตอนที่ลาออกแรก ๆ ก็คือเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ เลย ตัดสินใจลุยมาเลย คิดว่าเขาจะพาเราไปถึงฝั่งฝันได้ ตอนแรกที่มาก็เป็นหมอลำซิ่งเปิดวงตีตลาดตามปกติยังไม่ได้สังกัดค่าย ตอนนั้นฮิตมาก เดือนหนึ่งก็จะมีงานประมาณ 50-60 งาน วันหนึ่งอาจจะเล่น 3-4 ที่ มีทุกช่วงเวลาเลยค่ะ แต่ก็มาโดนโกง แทนที่เราจะเจ็บตัวคนเดียว แต่กลายเป็นว่าโดนทั้งวง เพราะเราเอาลูกน้องนักดนตรีไปด้วย คือถ้าเขาไม่จ่ายเราคนเดียวเราก็แค่เจ็บตัวคนเดียว แต่ไม่จ่ายวงด้วย ปัญหาคือ เราต้องไปหาเงินมาจ่ายวง ก็เจอหลายงานจนไม่อยากเป็นนักร้องเลยค่ะ

มีข่าวถูกโกง เจ้าภาพหอบเงินหนีด้วย ?

ลำยอง : ก็เยอะค่ะ คือประมาณว่างานที่แล้วก็ยังไม่จ่ายเรานะ เราก็ต้องเอาเงินที่เราเก็บไว้มาจ่ายแทนก่อน เพราะว่าเราต้องจ่ายนักดนตรีที่เราจ้างมาอีกทีนึง แทนที่เราจะได้กลายเป็นว่าเราต้องมาควักเนื้อเอาเงินตัวเองจ่าย งานที่แล้วไม่ได้งานนี้ก็กะว่าอาจจะได้ของงานที่แล้วด้วย เราก็ไปอีก ก็โดนอีก หลัง ๆ ก็เลยคิดว่าถ้าคนนี้เขาจ้างงานอีกก็จะไม่ไปแล้ว คือมันกลายเป็นดินพอกหางหมูเลยค่ะ กับเจ้าเดิมนี่แหละ จนสุดท้าย รถ บ้านของเราก็โดนยึด

เคยคิดน้อยใจถึงขนาดไม่อยากอยู่บนโลกนี้แล้วด้วย ?

ลำยอง : ใช่ค่ะ ตอนนั้นมันเครียด ถึงขนาดเคยคิดฆ่าตัวตายเลย คือตอนที่เป็นครูเรายังมีเงินผ่อนบ้าน ผ่อนรถได้ เงินเดือนครูกับเงินที่เราได้จากการร้องเพลง เราก็เอามาใช้จ่ายอุดตรงนู้นตรงนี้ ไป ๆ มา ๆ ก็ไม่เหลือเลยสักบาท เงินติดตัวไม่มี แม้แต่เงินในกระปุกออมสินก็ไปทุบเอามาใช้จนหมด โทร. ไปขอยืมญาติ บางทีได้มา 500 บาท ก็ยังพอพยุงชีวิตไปได้ หลัง ๆ ก็ท้อแท้ ไม่อยากอยู่แล้ว ก็คิดจะกินน้ำยาล้างห้องน้ำ หรือจะผูกคอตาย หรือจะกระโดดตึก แต่ถ้าตกลงไปไม่ตายแล้วพิกลพิการจะเป็นภาระอีกไหมอะไรแบบนี้ จากอาจารย์ที่มีคนนับถือ กลายมาเป็นคนไม่มีอะไรเลย ก็คิดวนไปเรื่อย ๆ ค่ะ

ลำยอง หนองหินห่าวแล้วสุดท้ายทำไมเราถึงคิดได้ ?

ลำยอง : คือตอนนั้นนอนโทรมเลยนะคะ น้องสาวแท้ ๆ บอกว่าไม่ต้องคิดมาก แล้วก็เอาเงินมาให้ แล้วก็พยายามที่จะพาเราออกไปจากตรงนั้น พาไปทำผม ทำเล็บ เสริมสวย เดินเล่นซื้อของ ดูแลตัวเอง เราเห็นหน้าน้อง เห็นหน้าหลานก็เลยรู้ว่ายังมีคนที่รักเราอยู่ ก็จิตตกอยู่นานพอสมควรเลยค่ะ เป็นปีก็ว่าได้ น้ำหนักลดเหลือประมาณ 38-39 กิโล เหมือนเนื้อติดกระดูกเลยค่ะ

เห็นว่ามีอยู่ค่ายนึง มีศิลปินดังมาก สบประมาทไว้ว่า หน้าอย่างเธอไม่น่าจะได้อยู่ค่ายนี้หรอก ณ ตอนนั้นรู้สึกยังไง ?

ลำยอง : ณ ตอนนั้นศิลปินดังมาก เขาเรียกเราว่า เจ้ อาจารย์จะเอาเจ้ไปค่ายไหน เราก็บอกไม่รู้แล้วแต่อาจารย์ อย่างเจ้ไม่เหมาะหรอกกับค่ายแกรมมี่ เพราะเจ้แต่งตัวโป๊ เขาไม่เอาหรอกหมอลำบ้าน ๆ พูดแค่นี้พอ ที่ผ่านมาก็คิดมาเสมอว่าเราไม่เหมาะกับค่าย เพราะเราแต่งตัวเซ็กซี่มาก แต่ถ้าเข้าไปได้ก็เป็นบุญแล้ว คือตอนนั้นเราก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะอาจารย์บอกให้เงียบ ๆ ไว้ก่อน

จุดไหนที่ทำให้เราลุกขึ้นมาก้าวไปต่อ ?

ลำยอง : ตอนนั้นน้องสาวเปิดร้านอาหารแล้วมีหุ้นส่วนอยู่ เขาบอกให้ไปดูแลร้านให้หนูหน่อย เราก็ตัดสินใจไป แล้วเราก็ขึ้นไปร้องเพลงบนเวที เพื่อเรียกแขกเข้าร้าน แต่ตอนนั้นหมดหวังไม่อยากเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงแล้วนะ คิดแค่ว่าเอาพอสนุกได้ทิป ได้พวงมาลัยแค่นั้นก็พอแล้ว ร้องไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมา หลายคนรู้จักเรา ชื่นชอบเรา ในขณะเดียวกันเราก็เริ่มกอบกู้ชื่อเสียงขึ้นมาเรื่อย ๆ จนดังในที่สุด หลาย ๆ ค่ายจากที่เคยปฏิเสธเรา ก็ติดต่อเรากลับมาอีกครั้ง

ลำยอง หนองหินห่าวมีข่าวว่าหลอกผู้ชายซื้อบ้านให้ 10 ล้าน จริงไหม ?

ลำยอง : คือต้องบอกว่าเรื่องนี้ มีอาจารย์คนนึงที่เรานับถือ แล้วผู้ชายคนนี้เขาก็เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เหมือนกัน เป็นคนจีนค่ะ ก็มีการคุยกันทางโซเชียลหลายเดือนอยู่ค่ะ แล้วเขาก็บินมาเจอกันที่เมืองไทย คือเขาอยากมาดูหน้าเรา อยากทำความรู้จักตัวเราจริง ๆ ก็ไปกินข้าวกันอะไรอย่างนี้ แล้วเขาก็ชอบเรา ที่จริงเขาก็ชอบเรามาตั้งแต่อยู่ในโซเชียลแล้ว กินข้าวเสร็จ เขาก็ไปส่งเราที่บ้าน เขาก็ถามเราว่าคุณอยู่แบบนี้เหรอ เราก็บอกเขาไปว่า “ฉันเป็นคนประหยัดอยู่ยังไงก็ได้ ไม่ชอบมาฟุ่มเฟือยกับอะไรพวกนี้” หลังจากนั้นประมาณ 3-4 วัน เขาก็บอกว่าจะซื้อบ้านให้เรา เป็นเงินสดค่ะ ต้องบอกด้วยนะคะว่าเราหมั้นกันแล้ว มีแหวนเพชรและบ้านเป็นของหมั้น แล้วก็มีรถด้วยอีกคันนึงค่ะ แต่หลังจากนั้นประมาณ 6 เดือนเราก็เลิกกันค่ะ เพราะด้วยอยู่ห่างไกลกัน แล้วก็ต่างคนต่างพูดคนละภาษา เวลาคุยกันก็ต้องใช้ล่าม จากที่คุยกันทุกวัน ก็เหลืออาทิตย์ละครั้ง เดือนละครั้ง เราก็ไม่ค่อยเข้าใจกันแล้วเขาก็หายไปเลย นั่นแหละค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com…

พ่อแม่ใจสลาย ลูกถูกพบเป็นศพตายปริศนา แถมส่งร่างกลับมาโดยไร้อวัยวะสำคัญ

No Comments
พ่อแม่ใจสลาย

พ่อแม่ใจสลาย  ลูกไปท่องเที่ยวต่างแดนก่อนถูกพบเป็นศพตายปริศนา แถมส่งร่างกลับมาโดยไร้อวัยวะสำคัญ

พ่อแม่ใจสลาย ภายในแทบว่างเปล่า แถมไม่ระบุสาเหตุการตายที่แน่ชัด

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2559 ไมค์ แมนชอล์ต เด็กหนุ่มวัย 17 ปี ได้เดินทางออกจากบ้านในประเทศเยอรมนี เพื่อมุ่งไปท่องเที่ยวดูโลกกว้างที่ประเทศมอลตา พร้อมความหวังว่าจะได้รับประสบการณ์แปลกใหม่ชวนประทับใจ ในทริปเที่ยวเดี่ยวครั้งแรกโดยไม่มีพ่อแม่ตามไปดูแล แต่น่าเศร้าที่พวกเขาไม่ได้รู้เลยว่านั่นจะเป็นการเดินทางครั้งสุดท้ายของเด็กหนุ่ม และครั้งสุดท้ายที่พ่อแม่ได้เห็นเขา เมื่อเด็กหนุ่มถูกพบในสภาพไร้วิญญาณ พร้อมกับปริศนาที่ยังวนเวียนอยู่รอบ ๆ การเสียชีวิตของเขา

โดยจากรายงานของเว็บไซต์ ladbible.com เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2561 เผยว่า เด็กหนุ่มเดินทางไปถึงประเทศมอลตา ในวันที่ 8 กรกฎาคม 2559 ก่อนที่เขาจะหายตัวไปไม่กลับบ้านตามกำหนดเดิม ทางครอบครัวจึงได้แจ้งความคนหาย ขอให้เจ้าหน้าที่ในมอลตาออกติดตามหาเขา กระทั่งมีผู้พบศพของเด็กหนุ่มในวันที่ 26 กรกฎาคม ปีนั้น

ผลการชันสูตรในมอลตาชี้ว่าเด็กหนุ่มเสียชีวิตมาแล้ว 7-8 วัน ไม่พบกระดูกหัก แต่ไม่ระบุถึงสาเหตุการเสียชีวิต นอกจากนี้ตอนที่พบศพ เด็กหนุ่มไม่ได้สวมรองเท้าวิ่ง จักรยานเช่าที่อยู่ห่างจากศพอีกหลายเมตรก็มีร่องรอยความเสียหายที่ดูไม่เหมือนการร่วงลงมาจากที่สูง

ท่ามกลางความไม่ชัดเจน ในที่สุดร่างของเด็กหนุ่มก็ถูกส่งคืนกลับสู่ครอบครัวที่เยอรมนี ซึ่ง เบิร์นด์ และ ซูซานน์ แมนชอล์ต พ่อกับแม่ของเด็กหนุ่ม ได้ส่งร่างของลูกชายไปชันสูตรอีกครั้งที่ศูนย์การแพทย์ฮานโอเวอร์ ด้วยความหวังจะได้ทราบว่าลูกชายเสียชีวิตอย่างไรกันแน่ ในตอนนั้นเองที่พวกเขาเพิ่งได้รู้ความจริงชวนช็อกว่าร่างของลูกชายที่ดูจะมีน้ำหนักเบากว่าปกตินี้ ภายในแทบจะว่างเปล่า อวัยวะภายในชิ้นสำคัญส่วนมากได้หายไปจากร่างของเขา

พ่อแม่ใจสลาย

โดย เบิร์นด์ เผยว่า ศพของลูกชายเขานั้นเริ่มเน่า มันไม่ได้เน่าจากการอยู่ภายใต้แสงอาทิตย์เป็นเวลานาน นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า หัวใจ สมอง อวัยวะในลำคอ ตับ ปอด ตับอ่อน ต่อมหมวกไต ไตด้านขวา กระเพาะปัสสาวะ กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็ก ล้วนหายไปจากศพ อวัยวะภายในที่หลงเหลืออยู่มีเพียง ไตด้านซ้าย กะบังลม ม้าม และลำไส้ใหญ่ เท่านั้น

นอกจากนี้ ภายในตัวศพไม่มีร่องรอยกระดูกหัก ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเป็นไปได้ว่าจะตกจากที่สูง ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเต็มไปด้วยปริศนา ทีมชันสูตรที่มอลตาไม่ยอมส่งรายงานผลการชันสูตรมาให้ทางเยอรมนี แถมการที่อวัยวะสำคัญหายไปก็ทำให้การชันสูตรซ้ำที่เยอรมนีเป็นไปได้อย่างจำกัด

ไม่มีหลักฐานใด ๆ บ่งชี้ว่าศพของไมค์ถูกสัตว์เข้ามากัดกิน ดังนั้นเพื่อที่จะหาความจริงว่าลูกชายของพวกเขาเสียชีวิตได้อย่างไร รวมถึงต้องการรู้ว่าอวัยวะเหล่านั้นหายไปไหน ล่าสุดทางครอบครัวจึงตัดสินใจยื่นฟ้องศาลเพื่อขอให้มีการสอบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพื่อไขคำตอบที่ทางครอบครัวยังคงคาใจอยู่ในขณะนี้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://hilight.kapook.com…

Categories: ข่าวทั่วไป Tags: ป้ายกำกับ: