รู้จักกัน ตั้งแต่อายุ 15-16 คุณแม่ไฟเขียว ดาว เปิดตัวคบ พอร์ช ศรัณย์

No Comments

รู้จักกัน ตั้งแต่อายุ 15-16 โอ้ยยยๆ กลิ่นความหวานลอยมาแต่ไกลกับคู่รักคู่ใหม่อย่างพระเอก พอร์ช ศรัณย์ กับนางร้ายสาวสวย ดาว พิมพ์ทอง ที่เปิดตัวสวีทมุ้งมิ้งออกสื่อกันแบบถี่ๆ เลยค่ะคุณขา แถมดูท่าแล้วโปรจะมาแรงซะด้วยเพราะทั้งควงกันไปกินข้าวดูหนัง ไปฟิตเนส มีภาพร่วมเฟรมกันบ่อยๆ

รู้จักกัน ตั้งแต่อายุ 15-16 พอร์ช ศรัณย์ กับ นางร้าย สาวสวย ดาว พิมพ์ทอง ที่เปิดตัวสวีทมุ้งมิ้งออกสื่อกันแบบถี่ๆ เลยค่ะคุณขา แถมดูท่าแล้วโปรจะมาแรงซะด้วยเพราะทั้งควงกันไปกินข้าวดูหนัง ไปฟิตเนส มีภาพร่วมเฟรมกันบ่อยๆ แหมมๆ แบบนี้เขาเรียกว่ากำลังอยู่ในช่วงอินเลิฟสุดๆ ซึ่งทางเราได้ติอต่อไปทางสาวดาวแต่ว่าเจ้าตัวติดเรียนอยู่ งานนี้คุณแม่ของสาวเจ้าเลยเผยกับเราคร่าวๆ ว่า

รู้จักกัน

“ก็จริงๆ เขารู้จักกันมานานแล้วตั้งแต่อายุ 15-16 แล้วนะเป็นเพื่อนกันก็เจอกันตามงาน เวลามีไปถ่ายงานต่างๆ อะไรประมาณนี้แหละลูก เจอกันตามงานก็สวัสดีทักทายกันแค่นี้ แต่ตอนนี้เขาจะคบกันอะไรยังไงแม่ก็ไม่รู้เหมือนกันเพราะว่าเป็นเรื่องของเด็กๆ เขา เพราะดาวก็โตแล้วอายุ 25-26 แล้วเนอะ ก็เดี๋ยวดาวจะมีงานเปิดตัวละครของช่อง pptv วันที่ 22 ก็ลองถามเขาเองดีกว่าเนอะลูก” คุณแม่สาวดาวกล่าว

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://gossipstar.mthai.com

 

 …

วันใหม่ เอาจริง ล็อกกุญแจมือคู่ บอย ปกรณ์ ยืนยันคำเดิม ไม่อยากให้เฮียมีแฟน

No Comments

วันใหม่ เอาจริง หลังจากที่ วันใหม่ ฉัตรบริรักษ์ น้องสาวคนเล็กสุด ได้ปล่อยโฮกลางวงสัมภาษณ์ พร้อมประกาศไม่อยากให้พี่ชายคนโตอย่าง บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ มีแฟน

วันใหม่ เอาจริง ล่าสุด ก็ดูเหมือนว่าเรื่องราวทั้งหมดจะไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ซะแล้ว เมื่อ น้องวันใหม่ ได้นำกุญแจมือมาล็อกที่แขนของ บอย ปกรณ์ คู่กับข้อมือของตัวเองอย่างจริงจัง ทำเอา หนุ่มบอย ถึงกับขอถ่ายรูปเก็บไว้ และเขียนแคปชั่นหนักอกว่า “เรื่องจริงไม่อิงนิยายครับ #ล็อกจริงขังจริง #โปรดส่งใครมารักฉันที #อยู่อย่างนี้มันหนาวเกินไป #รอการเจรจาขออนุญาตต่อไป ฮ่าๆๆๆๆๆๆ”

วันใหม่

ซึ่งงานนี้ได้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลาม ต่างก็ไม่รู้ว่าจะสงสารหรือขำดี โดยก่อนหน้านี้ บอย ปกรณ์ ก็ได้โพสต์คลิปการให้สัมภาษณ์ดังกล่าว ถึงกรณีที่ น้องวันใหม่ ไม่อยากให้ตนมีแฟนไว้ทำนองว่า คงต้องให้น้องสาวไปเถียงกับคุณแม่เอาเอง เพราะอีกคนก็อยากให้รีบมีแฟน ส่วนอีกคนก็ไม่อยากให้มีแฟนเลย ตนก็ทำตัวไม่ถูก ตอนนี้ไม่รู้จะสงสารใครดีระหว่าง วันใหม่ หรือตัวเอง

 

ขอบคุณแหล่งที่มา  https://www.sanook.com…

Categories: ขาสวทั่วไป Tags: ป้ายกำกับ:,

แอฟ ทักษอร พูดแล้ว ตอบนิ่ง ๆ หลัง สงกรานต์ เปิดตัวดูใจ แมท ภีรนีย์

No Comments
แอฟ ทักษอร

แอฟ ทักษอร อย่างเหนือชั้น ชี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว หลัง สงกรานต์ เปิดตัวดูใจ แมท ภีรนีย์ ยันไม่เคยพูดอดีตสามีซุ่มคบนางเอกรุ่นน้องตามที่เป็นข่าว

แอฟ ทักษอร จากกรณีข่าวฮอตกระฉ่อนวงการในตอนนี้ หลังพ่อม่ายไฮโซ สงกรานต์ เตชะณรงค์ ออกมาเปิดใจยอมรับว่ากำลังศึกษาดูใจกับนางเอกสาว แมท ภีรนีย์ อยู่จริงแต่ยังไม่ได้ใช้คำว่า แฟน หลังมีข่าวลือกันมาสักพักใหญ่ งานนี้ก็มีหลายคนอดเป็นห่วงความรู้สึกของอดีตภรรยาสาว แอฟ  ที่เพิ่งเซ็นใบหย่าไปไม่ได้

ล่าสุด ทีมข่าว ไนน์เอ็นเตอร์เทน ได้เปิดเผยว่า ได้ไปปักหลักรอ สาวแอฟ ในรายการที่เจ้าตัวเป็นพิธีกรเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (6 พฤศจิกายน 2561) แต่ซิงเกิลมัมสุดสตรองก็ตรงดิ่งมากอดผู้สื่อข่าวของ ไนน์เอ็นเตอร์เทน อย่างยิ้มแย้มสดใส ก่อนจะบอกว่าไม่สะดวกให้สัมภาษณ์จริง ๆ เพราะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว ยืนยันทุกวันนี้ชีวิตมีความสุขดี และขอบคุณทุกกำลังใจจากทุกคน ขอเดินหน้าทำงานเลี้ยงลูกต่อไป

แอฟ ทักษอร

ส่วนกรณีที่ ม้า อรนภา ออกมาเปิดเผยว่า สาวแอฟ เป็นคนให้ข่าวเอง เรื่องที่อดีตสามีกำลังซุ่มสานสัมพันธ์กับนางเอกรุ่นน้องอยู่นั้น เจ้าตัวก็ยืนยันว่าเธอไม่เคยพูดเรื่องนี้แน่นอน

แมท ภีรนีย์ เตรียมบินลัดฟ้าไปงานอีเวนต์ พร้อมเคลื่อนไหวเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน หลังมีข่าวว่าคบกับสงกรานต์ เตชะณรงค์ และไปนอร์เวย์ด้วยกัน ด้านคนยังเข้ามาคอมเมนต์ ไม่อยากให้แมทคบสงกรานต์

พสต์อินสตาแกรมครั้งแรก หลังออกมาสัมภาษณ์ยอมรับศึกษาดูใจสงกรานต์ แต่ตัดปัญหาคนเข้ามาด่า ปิดคอมเมนต์ใต้โพสต์

แอฟ ทักษอร

เป็นประเด็นที่หลายคนยังให้ความสนใจอยู่อย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณี แมท ภีรนีย์ และ สงกรานต์ เตชะณรงค์ ที่ทั้งคู่ออกมายอมรับตรงกันว่า กำลังศึกษาดูใจกันอยู่ โดยการสัมภาษณ์ครั้งล่าสุดของฝ่ายหญิงนั้น ดูเหมือนว่าจะสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ที่ติดตามเรื่องราว พากันเข้าไปกระหน่ำคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์สนั่นไอจี และต่อมา ก็มีภาพของแมทและสงกรานต์ที่ไปกินข้าวด้วยกัน ยิ่งโหมกระพือกระแสให้ดังมากขึ้นไปอีก

ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 สาวแมท ได้โพสต์อินสตาแกรมเป็นครั้งแรก ภายหลังจากออกมาให้สัมภาษณ์ครั้งล่าสุด ที่เป็นประเด็นร้อนแรงให้ชาวเน็ตได้พูดถึงมากมาย โดยโพสต์ดังกล่าวเป็นโพสต์ขายสินค้าให้กับทางแบรนด์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวยี่ห้อหนึ่ง แต่ทั้งนี้ทางสาวแมทได้ตัดปัญหา ด้วยการปิดช่องไม่ให้มีการคอมเมนต์ได้ เพื่อไม่ให้คนเข้าไปพิมพ์ต่อว่า

แอฟ ทักษอร

อย่างไรก็ดี ผลกระทบเหมือนจะตกอยู่ที่ทางเจ้าของแบรนด์ผลิตภัณฑ์เต็ม ๆ เพราะเมื่อเข้าไปดูโพสต์สินค้าในไอจีของทางแบรนด์ที่ได้ลงรูปของสาวแมทโปรโมตสินค้ารูปเดียวกันไว้ มีชาวโซเชียลเข้าไปกระหน่ำคอมเมนต์ต่อว่าอย่างหนัก แม้ว่าจะมีบางส่วนที่พยายามห้ามปราม ให้แยกแยะระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว แต่หลาย ๆ เสียงก็แสดงความไม่พอใจอย่างมากต่อพฤติกรรมของดาราสาว พร้อมทั้งบอกจะแบนสินค้าดังกล่าวด้วย น่าเห็นใจทางเจ้าของแบรนด์ไม่น้อยเลยทีเดียว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com…

ปู ไปรยา ไล่ไปเล่นไกลๆ เพจกุข่าวเสียชีวิต บอกยังสบายดีที่นิวยอร์ก

No Comments
ปู ไปรยา

ปู ไปรยา นางเอกสาว ลุนด์เบิร์ก งานเข้ารับปีใหม่เลยทีเดียว หลังถูกเพจไร้สาระกุข่าว

ปู ไปรยา ว่าตนเองเสียชีวิต ซึ่งแต่ละเนื้อหาที่เพจไร้สาระได้นำมาเขียนนั้นทำเอาหลายคนต่างตกอกตกใจกันยกใหญ่และเจ้าตัวก็เกิดอาการตกใจเช่นกันเพื่อให้ทุกคนที่รู้จักและครอบครัวของเธอสบายใจไม่ต้องเป็นกังวลใดๆ ล่าสุด ในเฟซบุ๊ค Praya Lundberg ได้โพสต์ข้อความโดยบอกว่าเธอสบายดี พร้อมกับตำหนิเพจไร้สาระดังกล่าวว่าเป็นการกระทำที่แย่มาก แต่เธอจะไม่เอาเรื่องใดๆ ขออโหสิกรรมให้

“ทำให้คนตกใจเยอะมาก ไม่ควรทำแบบนี้ค่ะ จะไม่เอาเรื่องค่ะเพราะมองว่าทำไปก็ไม่ได้ทำให้เพจแบบนี้คิดถึงศีลธรรมและจรรยาบรรณได้ ปูขอเลือกที่จะอโหสิกรรมให้และให้อภัยค่ะ”

“เพจนี้ถูกแชร์เยอะมากและทำให้คนโทรหาครอบครัวและเพื่อนๆ ทำให้ทุกคนเป็นห่วงกันเยอะมาก เล่นแบบนี้ไม่ตลกเลยค่ะ อยากให้ทุกคนรู้ตอนนี้อยู่นิวยอร์กและไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับปูเลย ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ”

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com…

แองเจลิน่า โจลี สอนให้ลูกบุญธรรม ยอมรับความแตกต่างของกันและกัน

No Comments
แองเจลิน่า โจลี

แองเจลิน่า โจลี นักแสดงชื่อดังที่พ่วงตำแหน่งคุณแม่ใจบุญในชีวิตอย่าง แองเจลิน่า ได้กลายเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวหลังจากหย่าขาดกับอดีตสามี แบรด พิตต์

แองเจลิน่า โจลี  แต่ก่อนที่เธอจะมีลูกแท้ๆ เป็นตัวเอง โจลีได้อุปถัมภ์ลูกบุญธรรมต่างเชื้อชาติทั้งหมดสามคนมาเลี้ยงอย่างกับลูกในไส้ อย่าง ซาฮาร่า ชาวเอธิโอเปีย วัย 14 ปี เพ็กเทียน ชาวเวียดนาม วัย 15 ปี และ แมดด็อกซ์ ชาวกัมพูชา วัย 17 ปี

นักแสดงชื่อดังที่พ่วงตำแหน่งคุณแม่ใจบุญในชีวิต แต่การเลี้ยงลูกหลายเชื้อชาติในบ้านเดียวกันไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับเธอเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะเด็กๆ ต่างเรียนรู้ความแตกต่างของกันและกัน พร้อมที่จะเปิดใจยอมรับแม้อีกฝ่ายจะไม่เหมือนเรา “ฉันคิดว่าลูกๆ ของฉันได้เรียนรู้เกี่ยวกับปัญหานี้จากกันและกัน และประสบการณ์ของอีกฝ่ายมามากพอสมควรเลยค่ะ พวกเขามีพื้นเพที่แตกต่าง แต่ก็ไม่ปฏิเสธความต่างนั้น กลับสรรเสริญมันเสียอีก” นักแสดงตัวท็อปให้สัมภาษณ์กับ BBC Radio 4 Today

ปัจจุบันโจลีมีลูกทั้งหมด 6 คน ไซโรห์ – วิเวียน – ซาฮาร่า – น็อกซ์ – โจลี – เพ็กเทียน  คือลูกบุญธรรมสามคนจากที่กล่าวมา รวมกับลูกแท้ๆ ของเธอกับพิตต์ อย่าง ไชโลห์ วัย 12 ปี และฝาแฝดน็อกกับวีเวียน วัย 10 ขวบ

แองเจลิน่า โจลี

“ฉันได้เรียนรู้จากพวกเขาค่ะ เราเดินทางไปยังประเทศของพวกเขา ใช้เวลาอยู่ที่นั่น และพวกเขาก็ยังคงมีสัญชาติอเมริกัน พวกเขาคืออเมริกันเอธิโอเปีย พวกเขาคืออเมริกันแคมโบเดีย ฉะนั้น พวกเขามีประเทศที่เป็นส่วนหนึ่งในการบ่งบอกว่าพวกเขาคือใคร”

โจลียังเล่าต่อว่า พี่น้องต่างสายเลือดสนใจวัฒนธรรมของอีกฝ่าย “ไชโลห์ เรียนภาษากัมพูชาของแม็ดด็อกซ์ ส่วนวิเวียนก็อยากไปอยู่เอธิโอเปีย บ้านเกิดของซาฮาร่า พวกเขาแค่มาจากต่างถิ่นไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะนิยามตัวเขาเสมอไป”

แองเจลิน่า โจลี

นักแสดงสาวยังพูดถึงเรื่องความแตกต่างของสีผิว ที่ซาฮาร่าเป็นเด็กผิวสีโดยกำเนิด “ฉันให้ตุ๊กตาผิวดำกับซาฮาร่า และให้ตุ๊กตาผิวขาวกับไชโลห์ แต่พวกเขาสลับกันค่ะ ฉันรู้สึกเลยว่าหนึ่งในสองคนนี้ไม่ชอบสิ่งที่ตัวเองเป็นและอยากจะมีสีผิวอีกแบบ และคุณรู้ไหม บางทีฉันตระหนักได้ว่า มันก็แค่เป็นสิ่งที่พวกเขาเห็นอยู่ทุกวัน พวกเขามองเห็นคนอื่น ฉะนั้นครอบครัวไม่ใช่สิ่งเดียวที่เหมือนกับเขา แต่เป็นคนอื่นๆ ที่เหมือนกับพวกเขาด้วย”

ตอนนี้ลูกๆ ของโจลีก็เข้าสู่ช่วงวัยรุ่นกันเกือบทุกคนแล้ว เธอคิดได้ว่าการเลี้ยงลูกในวัยนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย “ฉันก็คิดเหมือนกับพ่อแม่ส่วนใหญ่แหละค่ะ ที่เราพยายามจะยัดสิ่งดีๆ ให้กับพวกเขาและเราก็ไม่สามารถควบคุมทุกอย่างที่พวกเขาค้นพบได้ มันมีความเป็นจริงของเด็กวัยรุ่น และวัยอย่างเราๆ ไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่พวกเขาทำ มันเลยทำให้พวกเขาเข้าใจสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเราได้ง่ายกว่า”

แองเจลิน่า โจลี แองเจลิน่า โจลี

ขอบคุณแหล่งที่มา https://gossipstar.mthai.com…

Categories: ข่าวทั่วไป Tags: ป้ายกำกับ:

ไมลีย์ ไซรัส ส่งข้อความปลอบใจถึง อาริอาน่า เกรนเด หลังเลิกแฟนหนุ่ม

No Comments

ไมลีย์ ไซรัส หลังจากที่สาวอาริอาน่า เกรนเด เลิกรากับแฟนหนุ่มคนล่าสุด พีท เดวิดสัน

ไมลีย์ ไซรัส มีคำปลอบใจมากมายส่งถึงเธอกับความผิดหวังในครั้งนี้ แน่นอนว่าเพื่อนสนิทอย่างไมลีย์ ไซรัส  ไม่มีพลาดที่จะให้กำลังใจเพื่อนสาวตัวเล็กของเธอ ด้วยการส่งข้อวามในแบบที่รู้กันแค่สองคนไปให้

นักร้องสาววัย 26 ปีได้เล่าถึงความสัมพันธ์ของเธอกับนักร้องสาวร่างเล็กผ่านรายการวิทยุ The Howard Stern Show ด้วยการเผยถึงข้อความที่เธอส่งไปหาอาริหลังจากเพื่อนเลิกรากับพีทเมื่อสองเดือนก่อน

“ฉันเป็นคนชอบอิโมจิค่ะ ฉันเลยส่งหัวใจหลายๆ ดวงพร้อมกับแมวและอิโมจิที่ทำตาเป็นรูปหัวใจไปให้เธอ ฉันคิดว่าการส่งรูปแมวและตาหัวใจจะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น บางทีอาจจะโดนใจสักหน่อยก็ยังดี มันทำให้รู้สึกว่า เฮ้ มีใครบางคนรักคุณนะ ถ้ามันไปได้ไม่สวย ก็ยังมีฉันอยู่ตรงนี้”

หลังจากที่ไมลีย์ส่งข้อความนั้นไป อาริก็ตอบเธอกลับมาด้วยอิโมจิรูปก้อนเมฆ “มันบอกทุกอย่างแล้ว ฉันคิดว่าเธอกำลังจะบอกว่า ‘ฉันโอเค และฉันยังอยู่ดี ขอบคุณที่คิดถึงฉัน’ ฉันคิดว่ามันหมายความว่าอย่างนั้นนะ”

ไมลีย์ ไซรัส

ไมลีย์และอาริเคยร่วมงานกันในมิวสิควิดีโอ Don’t Dream It’s Over ด้วยการร้องเพลงดูเอ็ตคู่กันในปี 2015 เพื่อสนับสนุนองค์กรการกุศล The Happy Hippie Foundation ของไมลีย์ นอกจากนี้หลังจากเกิดเหตุการณ์ระเบิดกลางคอนเสิร์ตของอาริในแมนเชสเตอร์เมื่อปี 2017 ไมลีย์ก็ร่วมแสดงคอนเสิร์ต One Love Manchester ระดมทุนช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบภัยนี้อีกด้วย

สองสาวสนับสนุนผลงานของกันและกันมาตลอด อย่างล่าสุดไมลีย์ออกเพลงใหม่ร่วมกับ มาร์ก รอนสัน อาริก็ทวีตข้อความให้กำลังใจเพื่อนด้วยการอวยว่า “ฉันชอบเสียงนั้นจัง”

“เธอคือหนึ่งในศิลปินคนโปรดของฉัน” ไมลีย์เสริมขึ้นมาอีก “เพราะสิ่งที่ฉันชอบเกี่ยวกับเธอ ไม่ว่าฉันจะขอให้เธอช่วยอะไรเธอก็ทำทุกอย่าง ฉะนั้นฉันไม่สามารถพูดอะไรไม่ดีเกี่ยวกับเธอได้ เพราะเธอเป็นคนที่ยอดเยี่ยมเสมอค่ะ ฉันพูดได้เลยว่าเธอคือเพื่อนที่ดี มันไม่ใช่แค่เราใช้เวลาหรือเล่นมุกตลกใส่กัน แต่ทุกอย่างมันคือเรื่องจริง”

ไมลีย์ ไซรัส
“เธอและฉันชอบส่งข้อความหากัน ถ้าฉันเจออะไรก็ตามและไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า เพราะผู้คนเอาแต่พูดเรื่องบ้าๆ เกี่ยวกับฉันตลอดเวลา ฉันมักจะส่งข้อความหาเธอบอกว่า ฉันคิดถึงเธอจริงๆ ถ้าเธออยากจะคุยกับฉัน”

แต่ก่อนหน้านี้ก็มีประเด็นของ พีท เดวิดสัน อดีตแฟนหนุ่มคนล่าสุดของนักร้องสาวร่างเล็ก อาริอาน่า เกรนเด  ออกมาโพสต์ข้อความตัดพ้อชวนคิดทำนองว่า ไม่อยากอยู่ต่อไปแล้ว ทำให้ทั้งชาวเน็ตและคนบันเทิงใจไม่ดีเอาซะเลย

ถ้าติดตามหนุ่มพีท สมัยที่คบหากับสาวอาริอย่างใกล้ชิด ก็จะรู้ว่ากระแสตอบรับของคู่นี้ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะสังคมออกมาต่อต้านนักแสดงหนุ่มคนนี้ยกใหญ่ ซ้ำร้ายเขายังถูกบูลลี่ไม่เว้นแต่ละวัน โดยชาวเน็ตให้เหตุผลว่า พีทชอบเล่นมุกตลกไม่ให้เกียรติคนอื่น แถมยังเคยพูดถึงเหตุการณ์ระเบิดแมนเชสเตอร์ในคอนเสิร์ตของอาริในเชิงขำขัน ก่อนที่ทั้งคู่จะมาคบหากันซะอีก

ไมลีย์ ไซรัส
และก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะ จู่ๆ นักแสดงตลกก็ออกมาโพสต์ข้อความลงบนอินสตาแกรมส่วนตัวในเชิงตัดพ้อน้อยใจชีวิตของตัวเองว่า “ผมไม่อยากจะอยู่บนโลกใบนี้แล้วจริงๆ ผมทำดีที่สุดที่จะได้อยู่ตรงนี้เพื่อพวกคุณ แต่ผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะสามารถอยู่ต่อได้อีกนานเท่าไหร่ ผมเหนื่อยจังกับการช่วยเหลือคนอื่น แค่จดจำสิ่งที่ผมเคยพูดเอาไว้ก็พอ”

หลังจากข้อความนี้ออกไป พีทก็กลับมาปิดอินสตาแกรมของตัวเอง และไม่ออกมาพูดใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้อีก ทำให้เพื่อนร่วมวงการอย่าง นิกกี มินาจ ออกมาโพสต์ทวิตเตอร์ให้กำลังใจนักแสดงตลกคนนี้ด้วยว่า “ให้ความรักกับผู้ชายคนนี้”

นอกจากนี้ด้านอาริก็พยายามติดต่ออดีตแฟนหนุ่มของเธอ แต่ก็ไม่สามารถส่งข้อความหาเขาได้ แถมเรื่องยังร้อนไปถึงตำรวจนิวยอร์ก ที่ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบนักแสดงตลกว่าเขาไม่พยายามทำอะไรสุ่มเสี่ยง แต่ก็มีการรายงานกลับมาว่าเจ้าตัวอยู่ที่ทำงาน และมีท่าทางสบายดี

อย่างไรก็ตามพีทเคยเผยว่า เขาเคยประสบปัญหาภาวะสุขภาพจิต และต่อสู้กับอาการหดหู่หลังจากตรวจพบว่าตัวเองเป็นโรคโครห์น ซึ่งเป็นความผิดปกติเรื้อรังของลำไส้ใหญ่ ที่จัดอยู่ในกลุ่มโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง และเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาหายขาดได้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://gossipstar.mthai.com…

ลำยอง หนองหินห่าว เปิดใจ เคยโดนนักร้องดังดูถูก รับหนุ่มจีนซื้อบ้าน 10 ล้านให้

No Comments
ลำยอง หนองหินห่าว

ลำยอง หนองหินห่าว เปิดใจ เคยโดนนักร้องดังดูถูก ตราหน้าเป็นหมอลำบ้าน ๆ ถูกโกงเงินจนหมดตัว รับมีหนุ่มจีนซื้อบ้าน 10 ล้าน ให้จริง

ลำยอง หนองหินห่าว หลายคนคงเคยได้ยินและร้องเพลง “เอาผัวไปเทิร์น” กันแน่ ๆ ซึ่งเพลงนี้ถือว่าแจ้งเกิดให้กับนักร้องสาวหมอลำโคโยตี้สุดแซ่บ “ลำยอง หนองหินห่าว” แต่งานนี้มีข่าวเมาท์ต่าง ๆ มากมาย ล่าสุดเจ้าตัวเดินทางมาเปิดใจถึงเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง One31 ที่มี นุ้ย สุจิรา, เป็กกี้ ศรีธัญญา และ ชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกร

ลำยอง หนองหินห่าว

เห็นว่าเพลง “เอาผัวไปเทิร์น” ไม่ได้ร้องมา 4 ปีแล้ว เกิดอะไรขึ้น ?

ลำยอง : เพราะว่าโดนฟ้อง คือเหมือนกับว่าเพลงของเราไปละเมิดลิขสิทธิ์ของอีกเพลงหนึ่ง แต่บอกไม่ได้ เอาเป็นว่าไม่ขอพูดดีกว่าค่ะ ก็ได้มีการดำเนินคดีไปตามกฎหมาย ซึ่งระหว่างนั้นเราห้ามร้องเพลงนี้ แต่ตอนนี้คือเคลียร์เรียบร้อยแล้ว ใช้เวลาสู้คดีประมาณเกือบ 4 ปีค่ะ และสุดท้ายเราก็ชนะคดี ตอนนี้ก็ร้องได้แล้ว ก็รู้สึกสบายใจค่ะ

ย้อนกลับไปนิดนึง มาเป็น “ลำยอง หนองหินห่าว” ได้ยังไง ?

ลำยอง : ย้อนกลับไปสมัยก่อนเป็นครู สอนวิชาออกแบบค่ะ ก็เป็นญาติกับอาจารย์ท่านหนึ่ง แล้วก็พาเข้าวงการ สมัยก่อนชื่อ “นก สุพรรณี” ตอนหลังมาเป็นหมอลำซิ่งก็เลยกลายเป็น “ลำยอง หนองหินห่าว” มีพี่คนหนึ่งที่ทำเพลงตั้งให้ ต้องการให้เป็นแบบผู้หญิงแรง ๆ ต้องการตีตลาด มันเป็นชื่อที่ทำให้คนจำง่าย ฟังแล้วสนุก

แล้วเข้ามาอยู่ในค่ายเพลงได้ยังไง ?

ลำยอง : มีอาจารย์ท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นน้าอยู่แถวบ้านของเรา แล้วมีค่ายเพลงต้องการทำแนวเพลงหมอลำซิ่ง แล้วก็มีหลาย ๆ คนแนะนำว่าให้เอา “ลำยอง หนองหินห่าว” มา ซึ่งตอนนั้นอาจารย์ก็ไม่ทราบว่าเป็นหลานของท่าน แล้วเราก็เคยสมัครร้องเพลงกับเขาตอนเด็ก ๆ หลังจากนั้นก็โทรศัพท์คุยกันก็เลยได้รู้จักกัน

ทำไมถึงทิ้งอาชีพครูแล้วกลายมาเป็นนักร้องหมอลำ ?

ลำยอง : คือตอนที่เป็นครู เงินเดือนก็เป็นเงินเดือนปกติ แต่ตอนที่เป็นครูเราก็มีร้องเพลงในผับ ตามร้านอาหารบ้าง แล้วตอนนั้นการพักผ่อนก็ไม่เพียงพอด้วย จากที่เคยเป็นครูสอนอยู่ดี ๆ ต้องตื่นเช้า ต้องขึ้นเวร ขี้เกียจไปสอนบ้าง ซึ่งพวกที่ออกแนวอาร์ต ๆ ก็จะไม่ค่อยละเอียดเรื่องงานพวกนี้ ก็เลยมานั่งทบทวน แล้วตอนนั้นงานร้องเพลงเราก็ได้เงินเยอะพอสมควร ซึ่งอาจจะได้เยอะกว่าเงินเดือนอีก แล้วพอดีภาพลักษณ์ของนักร้องตอนนั้นคือมันโป๊ ซึ่งมันก็ขัดกับอาชีพที่เราทำอยู่ ก็เลยคิดว่าก่อนที่จะให้เขาไล่ออก ลาออกเองก่อนดีกว่าไหม

ลำยอง หนองหินห่าวคิดว่าตัดสินใจถูกไหม เพราะหลังจากนั้นเห็นว่าลำบากมาก ?

ลำยอง : คิดว่าตัดสินใจถูกนะในตอนนั้น ตอนที่ลาออกแรก ๆ ก็คือเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ เลย ตัดสินใจลุยมาเลย คิดว่าเขาจะพาเราไปถึงฝั่งฝันได้ ตอนแรกที่มาก็เป็นหมอลำซิ่งเปิดวงตีตลาดตามปกติยังไม่ได้สังกัดค่าย ตอนนั้นฮิตมาก เดือนหนึ่งก็จะมีงานประมาณ 50-60 งาน วันหนึ่งอาจจะเล่น 3-4 ที่ มีทุกช่วงเวลาเลยค่ะ แต่ก็มาโดนโกง แทนที่เราจะเจ็บตัวคนเดียว แต่กลายเป็นว่าโดนทั้งวง เพราะเราเอาลูกน้องนักดนตรีไปด้วย คือถ้าเขาไม่จ่ายเราคนเดียวเราก็แค่เจ็บตัวคนเดียว แต่ไม่จ่ายวงด้วย ปัญหาคือ เราต้องไปหาเงินมาจ่ายวง ก็เจอหลายงานจนไม่อยากเป็นนักร้องเลยค่ะ

มีข่าวถูกโกง เจ้าภาพหอบเงินหนีด้วย ?

ลำยอง : ก็เยอะค่ะ คือประมาณว่างานที่แล้วก็ยังไม่จ่ายเรานะ เราก็ต้องเอาเงินที่เราเก็บไว้มาจ่ายแทนก่อน เพราะว่าเราต้องจ่ายนักดนตรีที่เราจ้างมาอีกทีนึง แทนที่เราจะได้กลายเป็นว่าเราต้องมาควักเนื้อเอาเงินตัวเองจ่าย งานที่แล้วไม่ได้งานนี้ก็กะว่าอาจจะได้ของงานที่แล้วด้วย เราก็ไปอีก ก็โดนอีก หลัง ๆ ก็เลยคิดว่าถ้าคนนี้เขาจ้างงานอีกก็จะไม่ไปแล้ว คือมันกลายเป็นดินพอกหางหมูเลยค่ะ กับเจ้าเดิมนี่แหละ จนสุดท้าย รถ บ้านของเราก็โดนยึด

เคยคิดน้อยใจถึงขนาดไม่อยากอยู่บนโลกนี้แล้วด้วย ?

ลำยอง : ใช่ค่ะ ตอนนั้นมันเครียด ถึงขนาดเคยคิดฆ่าตัวตายเลย คือตอนที่เป็นครูเรายังมีเงินผ่อนบ้าน ผ่อนรถได้ เงินเดือนครูกับเงินที่เราได้จากการร้องเพลง เราก็เอามาใช้จ่ายอุดตรงนู้นตรงนี้ ไป ๆ มา ๆ ก็ไม่เหลือเลยสักบาท เงินติดตัวไม่มี แม้แต่เงินในกระปุกออมสินก็ไปทุบเอามาใช้จนหมด โทร. ไปขอยืมญาติ บางทีได้มา 500 บาท ก็ยังพอพยุงชีวิตไปได้ หลัง ๆ ก็ท้อแท้ ไม่อยากอยู่แล้ว ก็คิดจะกินน้ำยาล้างห้องน้ำ หรือจะผูกคอตาย หรือจะกระโดดตึก แต่ถ้าตกลงไปไม่ตายแล้วพิกลพิการจะเป็นภาระอีกไหมอะไรแบบนี้ จากอาจารย์ที่มีคนนับถือ กลายมาเป็นคนไม่มีอะไรเลย ก็คิดวนไปเรื่อย ๆ ค่ะ

ลำยอง หนองหินห่าวแล้วสุดท้ายทำไมเราถึงคิดได้ ?

ลำยอง : คือตอนนั้นนอนโทรมเลยนะคะ น้องสาวแท้ ๆ บอกว่าไม่ต้องคิดมาก แล้วก็เอาเงินมาให้ แล้วก็พยายามที่จะพาเราออกไปจากตรงนั้น พาไปทำผม ทำเล็บ เสริมสวย เดินเล่นซื้อของ ดูแลตัวเอง เราเห็นหน้าน้อง เห็นหน้าหลานก็เลยรู้ว่ายังมีคนที่รักเราอยู่ ก็จิตตกอยู่นานพอสมควรเลยค่ะ เป็นปีก็ว่าได้ น้ำหนักลดเหลือประมาณ 38-39 กิโล เหมือนเนื้อติดกระดูกเลยค่ะ

เห็นว่ามีอยู่ค่ายนึง มีศิลปินดังมาก สบประมาทไว้ว่า หน้าอย่างเธอไม่น่าจะได้อยู่ค่ายนี้หรอก ณ ตอนนั้นรู้สึกยังไง ?

ลำยอง : ณ ตอนนั้นศิลปินดังมาก เขาเรียกเราว่า เจ้ อาจารย์จะเอาเจ้ไปค่ายไหน เราก็บอกไม่รู้แล้วแต่อาจารย์ อย่างเจ้ไม่เหมาะหรอกกับค่ายแกรมมี่ เพราะเจ้แต่งตัวโป๊ เขาไม่เอาหรอกหมอลำบ้าน ๆ พูดแค่นี้พอ ที่ผ่านมาก็คิดมาเสมอว่าเราไม่เหมาะกับค่าย เพราะเราแต่งตัวเซ็กซี่มาก แต่ถ้าเข้าไปได้ก็เป็นบุญแล้ว คือตอนนั้นเราก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะอาจารย์บอกให้เงียบ ๆ ไว้ก่อน

จุดไหนที่ทำให้เราลุกขึ้นมาก้าวไปต่อ ?

ลำยอง : ตอนนั้นน้องสาวเปิดร้านอาหารแล้วมีหุ้นส่วนอยู่ เขาบอกให้ไปดูแลร้านให้หนูหน่อย เราก็ตัดสินใจไป แล้วเราก็ขึ้นไปร้องเพลงบนเวที เพื่อเรียกแขกเข้าร้าน แต่ตอนนั้นหมดหวังไม่อยากเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงแล้วนะ คิดแค่ว่าเอาพอสนุกได้ทิป ได้พวงมาลัยแค่นั้นก็พอแล้ว ร้องไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมา หลายคนรู้จักเรา ชื่นชอบเรา ในขณะเดียวกันเราก็เริ่มกอบกู้ชื่อเสียงขึ้นมาเรื่อย ๆ จนดังในที่สุด หลาย ๆ ค่ายจากที่เคยปฏิเสธเรา ก็ติดต่อเรากลับมาอีกครั้ง

ลำยอง หนองหินห่าวมีข่าวว่าหลอกผู้ชายซื้อบ้านให้ 10 ล้าน จริงไหม ?

ลำยอง : คือต้องบอกว่าเรื่องนี้ มีอาจารย์คนนึงที่เรานับถือ แล้วผู้ชายคนนี้เขาก็เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เหมือนกัน เป็นคนจีนค่ะ ก็มีการคุยกันทางโซเชียลหลายเดือนอยู่ค่ะ แล้วเขาก็บินมาเจอกันที่เมืองไทย คือเขาอยากมาดูหน้าเรา อยากทำความรู้จักตัวเราจริง ๆ ก็ไปกินข้าวกันอะไรอย่างนี้ แล้วเขาก็ชอบเรา ที่จริงเขาก็ชอบเรามาตั้งแต่อยู่ในโซเชียลแล้ว กินข้าวเสร็จ เขาก็ไปส่งเราที่บ้าน เขาก็ถามเราว่าคุณอยู่แบบนี้เหรอ เราก็บอกเขาไปว่า “ฉันเป็นคนประหยัดอยู่ยังไงก็ได้ ไม่ชอบมาฟุ่มเฟือยกับอะไรพวกนี้” หลังจากนั้นประมาณ 3-4 วัน เขาก็บอกว่าจะซื้อบ้านให้เรา เป็นเงินสดค่ะ ต้องบอกด้วยนะคะว่าเราหมั้นกันแล้ว มีแหวนเพชรและบ้านเป็นของหมั้น แล้วก็มีรถด้วยอีกคันนึงค่ะ แต่หลังจากนั้นประมาณ 6 เดือนเราก็เลิกกันค่ะ เพราะด้วยอยู่ห่างไกลกัน แล้วก็ต่างคนต่างพูดคนละภาษา เวลาคุยกันก็ต้องใช้ล่าม จากที่คุยกันทุกวัน ก็เหลืออาทิตย์ละครั้ง เดือนละครั้ง เราก็ไม่ค่อยเข้าใจกันแล้วเขาก็หายไปเลย นั่นแหละค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com…

พ่อแม่ใจสลาย ลูกถูกพบเป็นศพตายปริศนา แถมส่งร่างกลับมาโดยไร้อวัยวะสำคัญ

No Comments
พ่อแม่ใจสลาย

พ่อแม่ใจสลาย  ลูกไปท่องเที่ยวต่างแดนก่อนถูกพบเป็นศพตายปริศนา แถมส่งร่างกลับมาโดยไร้อวัยวะสำคัญ

พ่อแม่ใจสลาย ภายในแทบว่างเปล่า แถมไม่ระบุสาเหตุการตายที่แน่ชัด

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2559 ไมค์ แมนชอล์ต เด็กหนุ่มวัย 17 ปี ได้เดินทางออกจากบ้านในประเทศเยอรมนี เพื่อมุ่งไปท่องเที่ยวดูโลกกว้างที่ประเทศมอลตา พร้อมความหวังว่าจะได้รับประสบการณ์แปลกใหม่ชวนประทับใจ ในทริปเที่ยวเดี่ยวครั้งแรกโดยไม่มีพ่อแม่ตามไปดูแล แต่น่าเศร้าที่พวกเขาไม่ได้รู้เลยว่านั่นจะเป็นการเดินทางครั้งสุดท้ายของเด็กหนุ่ม และครั้งสุดท้ายที่พ่อแม่ได้เห็นเขา เมื่อเด็กหนุ่มถูกพบในสภาพไร้วิญญาณ พร้อมกับปริศนาที่ยังวนเวียนอยู่รอบ ๆ การเสียชีวิตของเขา

โดยจากรายงานของเว็บไซต์ ladbible.com เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2561 เผยว่า เด็กหนุ่มเดินทางไปถึงประเทศมอลตา ในวันที่ 8 กรกฎาคม 2559 ก่อนที่เขาจะหายตัวไปไม่กลับบ้านตามกำหนดเดิม ทางครอบครัวจึงได้แจ้งความคนหาย ขอให้เจ้าหน้าที่ในมอลตาออกติดตามหาเขา กระทั่งมีผู้พบศพของเด็กหนุ่มในวันที่ 26 กรกฎาคม ปีนั้น

ผลการชันสูตรในมอลตาชี้ว่าเด็กหนุ่มเสียชีวิตมาแล้ว 7-8 วัน ไม่พบกระดูกหัก แต่ไม่ระบุถึงสาเหตุการเสียชีวิต นอกจากนี้ตอนที่พบศพ เด็กหนุ่มไม่ได้สวมรองเท้าวิ่ง จักรยานเช่าที่อยู่ห่างจากศพอีกหลายเมตรก็มีร่องรอยความเสียหายที่ดูไม่เหมือนการร่วงลงมาจากที่สูง

ท่ามกลางความไม่ชัดเจน ในที่สุดร่างของเด็กหนุ่มก็ถูกส่งคืนกลับสู่ครอบครัวที่เยอรมนี ซึ่ง เบิร์นด์ และ ซูซานน์ แมนชอล์ต พ่อกับแม่ของเด็กหนุ่ม ได้ส่งร่างของลูกชายไปชันสูตรอีกครั้งที่ศูนย์การแพทย์ฮานโอเวอร์ ด้วยความหวังจะได้ทราบว่าลูกชายเสียชีวิตอย่างไรกันแน่ ในตอนนั้นเองที่พวกเขาเพิ่งได้รู้ความจริงชวนช็อกว่าร่างของลูกชายที่ดูจะมีน้ำหนักเบากว่าปกตินี้ ภายในแทบจะว่างเปล่า อวัยวะภายในชิ้นสำคัญส่วนมากได้หายไปจากร่างของเขา

พ่อแม่ใจสลาย

โดย เบิร์นด์ เผยว่า ศพของลูกชายเขานั้นเริ่มเน่า มันไม่ได้เน่าจากการอยู่ภายใต้แสงอาทิตย์เป็นเวลานาน นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า หัวใจ สมอง อวัยวะในลำคอ ตับ ปอด ตับอ่อน ต่อมหมวกไต ไตด้านขวา กระเพาะปัสสาวะ กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็ก ล้วนหายไปจากศพ อวัยวะภายในที่หลงเหลืออยู่มีเพียง ไตด้านซ้าย กะบังลม ม้าม และลำไส้ใหญ่ เท่านั้น

นอกจากนี้ ภายในตัวศพไม่มีร่องรอยกระดูกหัก ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเป็นไปได้ว่าจะตกจากที่สูง ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเต็มไปด้วยปริศนา ทีมชันสูตรที่มอลตาไม่ยอมส่งรายงานผลการชันสูตรมาให้ทางเยอรมนี แถมการที่อวัยวะสำคัญหายไปก็ทำให้การชันสูตรซ้ำที่เยอรมนีเป็นไปได้อย่างจำกัด

ไม่มีหลักฐานใด ๆ บ่งชี้ว่าศพของไมค์ถูกสัตว์เข้ามากัดกิน ดังนั้นเพื่อที่จะหาความจริงว่าลูกชายของพวกเขาเสียชีวิตได้อย่างไร รวมถึงต้องการรู้ว่าอวัยวะเหล่านั้นหายไปไหน ล่าสุดทางครอบครัวจึงตัดสินใจยื่นฟ้องศาลเพื่อขอให้มีการสอบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพื่อไขคำตอบที่ทางครอบครัวยังคงคาใจอยู่ในขณะนี้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://hilight.kapook.com…

Categories: ข่าวทั่วไป Tags: ป้ายกำกับ:

จุนโฮ2PM สุดทน วอนมือแฮกหยุดข่มขู่ หลังโดนคุกคามหนักถึงครอบครัว

No Comments

จุนโฮ2PM โพสต์ข้อความวอนมือแฮกผู้ไม่หวังดีหยุดข่มขู่และคุกคามเขาและครอบครัว เผยกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิด

จุนโฮ2PM เรียกว่าเป็นปัญหากวนใจที่เหล่าซุปตาร์ทั่วโลกต้องเผชิญจริง ๆ สำหรับกรณีโดนคุกคามจากผู้ไม่หวังดี บางรายก็ถึงกับทนไม่ไหวจนถึงขั้นฟ้องร้องก็มี เช่นเดียวกับ  สมาชิกบอยแบนด์ชื่อดังของเกาหลีอย่างวง 2PM ก็เป็นอีกหนึ่งไอดอลเกาหลีที่ต้องประสบปัญหานี้เช่นเดียวกัน ซึ่งก็ดูท่าว่าไอดอลหนุ่มจะทนไม่ไหวแล้ว หลังเผชิญกับปัญหานี้มานาน เพราะไม่ใช่แค่ตัวเขาเองที่ถูกข่มขู่ แต่คนในครอบครัวของเขาก็ถูกคนที่ไม่หวังดีคุกคามด้วย

ล่าสุด (20 ธันวาคม 2561 จุนโฮ ก็ได้ออกมาเรียกร้องเกี่ยวกับกรณีนี้ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว โดยได้โพสต์ภาพที่ระบุข้อความถึงผู้ที่กำลังกระทำการข่มขู่ คุกคาม ต่อเขาและครอบครัวว่า

“1. ได้โปรดหยุดแฮกแอคเคานท์ส่วนตัวของพี่สาวผมและหยุดคุกคามชีวิตครอบครัวของผม

2. ได้โปรดหยุดส่งคำขู่รุนแรงต่าง ๆ และข้อความก่อกวนไปยังที่ที่ทำงานของพี่เขยผม

3. ได้โปรดลงทุกอย่างมาที่ผม เพราะผมสามารถอดทนกับความเจ็บปวดเหล่านั้นได้ด้วยรอยยิ้ม

4. เราจะรวบรวมหลักฐานทั้งหมดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมขอแจ้งให้กับทุกคนทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา หากมีการดำเนินทางกฎหมายในเรื่องนี้อย่างฉับพลัน

5. ได้โปรดอย่าถ่ายรูปครอบครัวของผมและอัปโหลดลงบนสื่อโซเชียลมีเดีย นี่คือคำขอส่วนตัวครับ ช่วยมองพวกเขาด้วยตาก็พอ ถ้าจะถ่ายรูปก็ให้มาถ่ายรูปผมแทน ผมไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ”

จุนโฮ2PM 

ปัญหาเหล่านี้ดูเหมือนว่าจะยังคงมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งนับวันยิ่งเห็นการล่วงละเมิดสิทธิ์ความเป็นส่วนตัวของพวกเขาทวีคูณความรุนแรงมากขึ้น ไม่เพียงแค่รบกวนตัวศิลปินเพียงคนเดียว แต่ยังลามไปถึงคนในครอบครัวที่ได้รับผลกระทบไปด้วย จนคนดังหลายคนอดไม่ได้ที่จะต้องออกมาพูดขอร้องอย่างจริงจังเช่นนี้

อย่างไรก็ตาม  คือคนดังรายล่าสุดที่ออกมาเรียกร้องถึงกรณีถูกการคุกคามความเป็นส่วนตัวทั้งของตัวเองและคนในครอบครัวจากสื่อโซเชียลมีเดีย ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีคนดังหลายคนในวงการบันเทิงเกาหลีที่ถูกคุกคาม จนลามไปถึงการถูกแอบอ้างเพื่อหลอกเอาเงินมาแล้ว อาทิ ลูน่า วง f(x) และ จีฮโย วง TWICE ที่ออกมาเปิดเผยว่า พวกเธอถูกแฮกแอกเคานท์ sns ส่วนตัว เพื่อหลอกเอาเงินจากครอบครัวจากครอบครัวของเธอมาแล้ว

จุนโฮ2PM 

ล่าสุด  เพิ่งตอบรับข้อเสนอบทนำในภาพยนตร์เรื่องใหม่ “Gibang Bachelor” ร่วมกับ จองโซมิน บอกเล่าเรื่องราวความรักของ กีแซง (ผู้ประกอบอาชีพให้ความบันเทิงกับเพศตรงข้าม) ชายรายหนึ่งในยุคโชซอนผู้ทำให้หญิงสาวมากมายหัวใจหวั่นไหว กับ หญิงสาวนางหนึ่งที่มีหัวคิดก้าวไกล ซึ่งได้มีการเริ่มต้นถ่ายทำเป็นที่เรียบร้อยแล้วและมีกำหนดเข้าฉายในปี 2019 ที่จะถึงนี้

ผู้ชายคนนี้แสดงให้เห็นถึงความเพียรพยายามมาโดยตลอดไม่เคยท้อแท้หรือยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ จุนโฮเป็นคนมีของ มีอะไรดีๆอีกมาก แม้ภายนอกจะดูเหมือนหยิ่ง แต่จริงๆแล้ว จุนโฮเป็นคนดี จริงใจและเป็นคนที่รักแฟนคลับมากถ้าใครได้ตกหลุมรักอีจุนโฮแล้วล่ะก็ มั่นใจได้เลยว่าคุณเลือกรักไม่ผิดคนจริงๆ

ส่วนทางด้านการแสดง บางคนอาจเคยได้ผ่านตามาบ้างทั้งบทบาทกระรอกน้อยในเรื่อง cold eyes และบทดงอู ที่แสดงร่วมกับอูบินและฮานึลในภาพยนตร์สุดฮาเรื่อง twenty และในเดือนสิงหาคมนี้ จุนโฮกำลังจะมีผลงานการแสดงในภาพยนตร์ย้อนยุคเรื่อง Memories of sword
ยังไงอย่าลืมติดตามชมกันนะคะ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com…

Categories: กีฬา Tags: ป้ายกำกับ:, ,

เจ้าหญิงดูไบ ถูกเก็บตัวเงียบ หลังวางแผนหนี 7 ปีอย่างกับหนังเจมส์บอนด์

No Comments
เจ้าหญิงดูไบ 

เจ้าหญิงดูไบ ถูกเก็บตัวเงียบ ไม่มีใครได้เห็นและได้ยินข่าวอีกเลย นับตั้งแต่พยายามหลบหนีออกจากดูไบ

เจ้าหญิงดูไบ แต่ถูกสกัดจับได้หลายเดือนก่อน สื่อผู้ดีเผยวางแผนหลบหนีมานาน 7 ปีอย่างกับหนังเจมส์บอนด์

เมื่อ 5 ธ.ค.61 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้ากรณี เจ้าหญิง ลาติฟา โมฮัมเหม็ด อัลมักตูม พระชันษา 33 ปี พระธิดาในชีค โมฮัมเหม็ด บิน รอชิด อัลมักตูม เจ้าแห่งนครดูไบ ซึ่งเป็นข่าวโด่งดัง เมื่อเจ้าหญิงแห่งดูไบองค์นี้ได้พยายามหนีออกจากดูไบ เมื่อมี.ค.ที่ผ่านมา แต่ถูกสกัดจับได้นอกชายฝั่งอินเดีย และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครเห็นหรือได้ยินข่าวของเจ้าหญิงลาติฟาเลยนับแต่นั้น

มิร์เรอร์ แจ้งว่า เจ้าหญิงลาติฟาได้วางแผนมานานนับ 7 ปี เพื่อหลบหนีจากการเป็น ‘นกน้อยในกรงทอง’ ชีวิตการเป็นเจ้าหญิงแห่งดูไบที่ต้องสูญสิ้นอิสรภาพ โดยเจ้าหญิงลาติฟาได้พยายามคิดหาวิธีหลบหนีให้รอบคอบที่สุด ประหนึ่งในหนังเจมส์บอนด์ ขณะที่แผนการหลบหนีของเจ้าหญิงลาติฟาได้รับความช่วยเหลือจากอดีตสายลับชาวฝรั่งเศส ชื่อ Jean-Pierre Herve Jaubert และนางTiina Johanna Jauhiainen อายุ 40 ปี ครูชาวฟินแลนด์ สอนกาโปเอย์รา ศิลปะการป้องกันตัวของเจ้าหญิง

ชีค โมฮัมเหม็ด บิน รอชิด อัลมักตูม เจ้าผู้ครองนครดูไบ ดำรงตำแหน่ง รองประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
มิร์เรอร์ ระบุว่า จากรายการสารคดีใหม่ของสถานีโทรทัศน์ BBC ที่จะออกอากาศในวันที่ 6 ธันวาคม 61 เพื่อนๆ ของเจ้าหญิงลาติฟา เผยถึงแผนการหลบหนีออกจากดูไบ ของเจ้าหญิงลาติฟาว่า ได้ทรงเก็บสะสมเงินได้ 315,000 ปอนด์ หรือประมาณ 13 ล้านบาท จากนั้น พระองค์ได้ติดต่อกับนาย Herve Jaubert อดีตสายลับฝรั่งเศสเมื่อปี 2554 ซึ่งได้หนีออกจากดูไบ หลังมีปัญหากับเจ้าหน้าที่ทางการ และเขาได้ตัดสินใจที่จะช่วยเหลือเจ้าหญิงลาติฟาในการหนีออกจากดูไบ

เจ้าหญิงดูไบ 

เมื่อวันหลบหนีมาถึง เจ้าหญิงลาติฟาและนางTiina ได้ขับรถข้ามแดนไปยังประเทศโอมาน จากนั้น ได้ขับเจ็ตสกี ไปยังเรือยอชต์ของ นาย Herve ที่จอดรออยู่ โดย นายHerve เผยว่า หลังจากเรือยอชต์แล่นออกสู่ทะเลได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ก็มีเครื่องบินลาดตระเวนพบพวกตน และติดตามความเคลื่อนไหว จากนั้น ทหารเรือยามฝั่งของอินเดียได้มาจับกุมพวกตนบริเวณนอกชายฝั่งรัฐกัว ทางตะวันตกของอินเดีย

นาย Herve เล่าว่า เจ้าหญิงลาติฟาบอกเธออยากถูกฆ่าตายบนเรือมากกว่าจะต้องกลับไปดูไบ โดยนาย Herve บอกว่าขณะนี้เขาไม่รู้แม้แต่ว่าเจ้าหญิงลาติฟาอยู่ที่ไหน ซึ่งตนเป็นห่วงอย่างยิ่ง โดยหลังจากเหตุการณ์พยายามหลบหนีไม่สำเร็จ เจ้าหญิงลาติฟาได้อัดคลิปวิดีโอความยาวประมาณ 40 นาที เผยแพร่บนโลกออนไลน์

เนื้อหาในคลิป เจ้าหญิงลาติฟา บอกว่าถูกควบคุมตัวอยู่ในบ้านที่เป็นเหมือนคุก เธออยากมีชีวิตที่ดีกว่านี้ พร้อมกับบอกว่าเธอไม่ได้รับอนุญาตให้ขับรถ และถูกจับตาทุกฝีก้าวมาตั้งแต่เธอพยายามหลบหนีออกจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ตอนอายุ 16 ปี ในขณะที่พี่สาว เจ้าหญิงแชมซา ก็เคยพยายามหลบหนีแต่ก็ไม่สำเร็จเช่นกัน เพราะถูกตามจับตัวกลับมาได้จากที่เมืองเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษในอีก 1 เดือนต่อมา

ทั้งนี้เจ้าหญิงลาติฟา เป็นพระธิดาองค์หนึ่งในจำนวนพระโอรส-พระธิดา 30 องค์ ของชีค โมฮัมหมัด บิน ราชิด อัลมักตูม เจ้าแห่งนครดูไบ ซึ่งดำรงตำแหน่ง รองประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)

ด้านกลุ่มตรวจสอบสิทธิมนุษยชน “ฮิวแมน ไรท์ วอทช์” เรียกร้องทางการนครรัฐดูไบ 1 ใน 7 นครรัฐของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือยูเออี เมื่อ 5 พ.ค. ให้ชี้แจงสถานะและที่อยู่ของเจ้าหญิงลาติฟา โดยกลุ่มฮิวแมนไรท์ระบุว่าเจ้าหน้าที่นครรัฐดูไบต้องเปิดเผยสถานที่อยู่และสถานะทางกฎหมายของเจ้าหญิงลาติฟา ไม่เช่นนั้นอาจเข้าข่ายเป็นการบังคับสูญหาย ในขณะที่ทางการยูเออีไม่ได้แสดงความเห็นใดๆ เกี่ยวกับสารคดีใหม่ของบีบีซี

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th